ประวัติสถานตากอากาศบางปู
ในปี พ.ศ.2480จอมพลป.พิบูลสงครามนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นได้ดำริให้สร้างเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับประชาชนทั่วไปเนื่องด้วยพื้นที่ติดชายทะเลและระยะทางไม่ไกลจากกรุงเทพฯ
พ.ศ. 2482การดำเนินการก่อสร้างสะพานสุขตาเสร็จเรียบร้อยเปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นผู้รับผิดชอบดูแล โดยมีอธิบดีกรมสาธารณสุขเป็นประธานในชื่อเรียก
"สถานตากอากาศชายทะเล บางปู"
พ.ศ.2484 หยุดดำเนินการ เนื่องจากกองทัพญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกเพื่อใช้เป็นทางผ่านในการสู้รบกับฝ่ายสัมพันธมิตร
ในสงครามมหาเอเชียบูรพา
พ.ศ.2490 เมื่อเหตุการณ์สงบลงได้เปิดดำเนินการใหม่อีกครั้งโดยสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นผู้ดูแล
พ.ศ. 2491 กรมพลาธิการทหารบก ได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบตามลำดับ
คือ กรมสวัสดิการทหารบก ,
กรมพลาธิการทหารบก องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก,กรมพลาธิการทหารบกและโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
พ.ศ. 2501 กรมพลาธิการเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ เปิดบริการขายอาหารและเครื่องดื่ม
ที่บริเวณปลายสะพานสุขตา โดยเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา06.00-20.00น. จัดดนตรีและลีลาศในวันอาทิตย์
ตั้งแต่เวลา 12.00-18.00น.จัดบริการที่พักที่ปลายสะพานสุขตา ในราคา 60-110 บาท/วัน
บ้านพักบริเวณริมแนวเขื่อน 80 บาท/วัน
พ.ศ. 2505 กองทัพบกได้จัดตั้งเป็นสถานพักฟื้นและตากอากาศ
กองทัพบก โดยมีคณะกรรมการอำนวยการสถานพักฟื้นและตากอากาศ กองทัพบกเป็นผู้กำกับดูแล
โดยจัดแบ่งเป็นสถานพักฟื้นและตากอากาศบางปูกับสถานพักฟื้นและตากอากาศหาดเจ้าสำราญ
พ.ศ. 2512 ได้ดำเนินกิจการสถานพักฟื้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โดยจัดให้มีการรักษาพยาบาลและฟื้นฟูสภาพร่างกาย และจิตใจ บำรุงขวัญ ให้แก่ทหารที่บาดเจ็บจากการสู้รบ
ซึ่งรับจาก รพ.พระมงกุฎเกล้าฯ ในชื่อเรียก " สถานพักฟื้นและพักผ่อนกรมพลาธิการทหารบก
"
พ.ศ. 2533 เปิดอนุสรณ์สถานเครื่องหมายทางประวัติศาสตร์
สงครามมหาเอเชียบูรพา เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบก ณ สถานที่แห่งนี้
โดยมีพลเอกสายหยุด เกิดผล เป็นประธานในพิธี
พ.ศ. 2535 จากการดำเนินการมาหลายปีทำให้สิ่งก่อสร้างบริเวณร้านอาหารและห้องพักที่ปลายสะพานสุขตาชำรุด
ได้ปรับปรุงห้องพักด้านขวาเป็น " ห้องกาแฟนางนวล "
และห้องบริเวณด้านซ้ายเป็นที่รับประทานอาหาร
พ.ศ. 2536 ร้านอาหารที่ปลายสะพานสุขตาถึงคราวต้องปิดตัวลง
เนื่องจากความทรุดโทรมของฐานรากอาคารชำรุดมาก ไม่ปลอดภัยกับผู้มาใช้บริการ
พ.ศ. 2537 ดำเนินการก่อสร้างร้านอาหารชั่วคราว บริเวณริมฝั่งด้านทิศตะวันออกเพื่อบริการอาหารเครื่องดื่มจำนวน
8 หลัง เสร็จสิ้นและเปิดบริการเมื่อ วันที่ 24 ธันวาคม 2537
พ.ศ. 2540 เริ่มดำเนินการปรับปรุงและซ่อมแซมสะพานสุขตาและอาคารร้านอาหารปลายสะพานสุขตา
พ.ศ. 2542 เนื่องจากสถานการณ์ภายในบ้านเมืองได้เปลี่ยนแปลงไป
การสู้รบตามแนวชายแดนลดน้อยลงทำให้สถานพักฟื้นไม่มีทหารที่บาดเจ็บจากการสู้รบมาฟื้นฟูสภาพจิตใจและร่างกาย
กองทัพบกจึงได้มีคำสั่ง แก้อัตรากองทัพบกโดยยุบสถานพักฟื้น คงเหลือไว้เพียงสถานพักผ่อน
เปลี่ยนชื่อหน่วย
จากกองอำนวยการสถานพักฟื้นและพักผ่อนกรมพลาธิการทหารบก เป็น กองอำนวยการสถานพักผ่อน
กรมพลาธิการทหารบก มีภารกิจในกิจการของทหารพักผ่อนจากกองทัพภาคต่าง ๆ ปีละ 6 ผลัดสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป
พ.ศ. 2543 การปรับปรุงซ่อมแซมสะพานและร้านอาหารปลายสะพานสุขตาได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย
พร้อมเปิดให้บริการแก่ข้าราชการ ลูกจ้างสังกัดกองทัพบกตลอดจนประชาชนทั่วไปในเดือนสิงหาคม
2543 เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น " ศาลาสุขใจ